สระผมทุกวันทำให้ผมร่วงจริงไหม? ความจริงที่หลายคนเข้าใจผิดมาตลอด

หนึ่งในความเชื่อที่อยู่คู่กับคนไทยมานานคือ

“อย่าสระผมทุกวัน เดี๋ยวผมร่วง”

หลายคนเริ่มกังวลเมื่อเห็นเส้นผมติดอยู่ที่มือขณะสระผม

หรือเห็นเส้นผมจำนวนมากอยู่ที่ตะแกรงระบายน้ำ

จนสรุปทันทีว่า

“ยิ่งสระ ยิ่งร่วง”

บางคนจึงพยายามลดจำนวนครั้งในการสระผม

จากทุกวันเหลือวันเว้นวัน

หรือสัปดาห์ละไม่กี่ครั้ง

เพราะเชื่อว่าจะช่วยรักษาเส้นผมเอาไว้ได้

แต่คำถามคือ

การสระผมทุกวันทำให้ผมร่วงจริงหรือไม่?

คำตอบอาจไม่เป็นอย่างที่หลายคนคิด

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ผมร่วงทุกวันเป็นเรื่องปกติ

หลายคนตกใจเมื่อเห็นผมร่วงระหว่างสระผม

แต่ในความเป็นจริง

คนเรามีเส้นผมบนศีรษะประมาณ

80,000-150,000 เส้น

และทุกวันจะมีเส้นผมบางส่วนเข้าสู่ระยะร่วงตามธรรมชาติ

โดยเฉลี่ยประมาณ

50-100 เส้นต่อวัน

นี่เป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตของเส้นผม

และไม่ได้หมายความว่าคุณกำลังหัวล้าน

แล้วทำไมถึงเห็นผมร่วงเยอะตอนสระผม

คำตอบง่ายกว่าที่คิด

เพราะเส้นผมที่กำลังจะหลุดอยู่แล้ว

ถูกน้ำและแรงนวดหนังศีรษะช่วยให้หลุดออกมา

ลองนึกภาพว่า

เส้นผมเหล่านั้นอยู่ในระยะ Telogen หรือระยะพัก

ซึ่งพร้อมจะหลุดออกในไม่ช้าอยู่แล้ว

การสระผมไม่ได้สร้างผมร่วงขึ้นมาใหม่

แต่ทำให้เรา “มองเห็น” ผมที่กำลังจะร่วงตามธรรมชาติ

ได้ชัดเจนขึ้น

ยิ่งเว้นสระนาน ยิ่งเห็นผมร่วงเยอะ

นี่เป็นเหตุผลที่หลายคนเข้าใจผิด

สมมติว่าคุณมีผมร่วงตามธรรมชาติวันละ 70 เส้น

สระทุกวัน

คุณจะเห็นผมร่วงประมาณ 70 เส้นต่อครั้ง

สระทุก 3 วัน

คุณอาจเห็นผมร่วงมากกว่า 200 เส้นในครั้งเดียว

จึงรู้สึกว่าผมร่วงหนัก

ทั้งที่จริงแล้วเป็นผมที่สะสมจากหลายวันรวมกัน

ไม่ใช่เพราะการสระผมทำให้ผมร่วงเพิ่มขึ้น

มีงานวิจัยสนับสนุนหรือไม่

มีการศึกษาที่ติดตามจำนวนเส้นผมที่หลุดร่วงในผู้หญิงสุขภาพดี

พบว่า

ผู้ที่เว้นระยะการสระผมนานขึ้น

มักรายงานว่าพบเส้นผมหลุดร่วงจำนวนมากขึ้นในวันสระผม

แต่ไม่ได้หมายความว่ามีการสูญเสียเส้นผมรวมมากขึ้น

เพียงแต่ผมที่ควรร่วงในแต่ละวันถูกเก็บสะสมไว้จนถึงวันสระผมเท่านั้น

แล้วสระผมทุกวันอันตรายไหม

สำหรับคนส่วนใหญ่

คำตอบคือ

ไม่อันตราย

หากเลือกแชมพูที่เหมาะสมกับสภาพหนังศีรษะ

และไม่ใช้วิธีทำร้ายเส้นผมซ้ำ ๆ

เช่น

* ใช้น้ำร้อนจัด
* ขยี้หนังศีรษะแรงเกินไป
* เป่าลมร้อนจัดทุกวัน
* ใช้สารเคมีบ่อยเกินไป

ในความเป็นจริง

บางคนอาจเหมาะกับการสระผมทุกวันด้วยซ้ำ

ใครควรสระผมทุกวัน

โดยเฉพาะคนที่มี

* หนังศีรษะมัน
* ออกกำลังกายเป็นประจำ
* เหงื่อออกมาก
* อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นหรือมลภาวะสูง

การทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างเหมาะสม

อาจช่วยลดปัญหา

* ความมัน
* รังแค
* การอักเสบของหนังศีรษะ

ซึ่งล้วนส่งผลต่อสุขภาพของรูขุมขน

แล้วใครควรสระผมน้อยลง

บางคนมี

* หนังศีรษะแห้ง
* ผมหยิก
* ผมผ่านการฟอกหรือทำสี

กลุ่มนี้อาจไม่จำเป็นต้องสระผมทุกวัน

เพราะเสี่ยงต่อการสูญเสียความชุ่มชื้นมากเกินไป

ดังนั้นความถี่ที่เหมาะสมจึงแตกต่างกันในแต่ละคน

สาเหตุที่แท้จริงของผมร่วงมักไม่ใช่การสระผม

เมื่อคนเริ่มผมร่วง

มักโทษสิ่งที่มองเห็นก่อน

เช่น

* แชมพู
* การสระผม
* การหวีผม

แต่ในความเป็นจริง

ผมร่วงจำนวนมากเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น

ผมร่วงพันธุกรรม

เกี่ยวข้องกับ DHT

ความเครียด

ทำให้เกิด Telogen Effluvium

การอดนอน

ภาวะขาดสารอาหาร

เช่น

* ธาตุเหล็ก
* Zinc
* Vitamin D
* โปรตีน

ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง

เช่น

* หลังคลอด
* วัยทอง
* ภาวะไทรอยด์ผิดปกติ

ดังนั้นการหยุดสระผมจึงไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

สิ่งที่งานวิจัยบอกเรา

จนถึงปัจจุบัน

ยังไม่มีหลักฐานว่าการสระผมทุกวันในคนปกติ

เป็นสาเหตุของผมร่วงถาวร

ในทางตรงกันข้าม

การรักษาความสะอาดของหนังศีรษะอย่างเหมาะสม

อาจช่วยสนับสนุนสุขภาพของหนังศีรษะและรูขุมขนได้

สิ่งสำคัญกว่าจำนวนครั้งในการสระผม

คือการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพหนังศีรษะ

และการดูแลสุขภาพโดยรวม

สรุป

การสระผมทุกวันไม่ได้ทำให้ผมร่วงมากขึ้น

เส้นผมที่เห็นหลุดระหว่างสระผมส่วนใหญ่เป็นเส้นผมที่อยู่ในระยะร่วงตามธรรมชาติอยู่แล้ว

การเว้นสระผมนานหลายวันอาจทำให้ดูเหมือนผมร่วงมากขึ้น เพราะเส้นผมที่หลุดร่วงสะสมมาหลายวันถูกชะล้างออกพร้อมกัน

ดังนั้นหากคุณมีปัญหาผมร่วง สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การลดจำนวนครั้งในการสระผม แต่คือการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของผมร่วง และดูแลสุขภาพเส้นผมอย่างเหมาะสมจากทั้งภายในและภายนอก

References

1. Rebora A. Telogen Effluvium: A Comprehensive Review. Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology. 2019.
2. Malkud S. Telogen Effluvium: A Review. Journal of Clinical and Diagnostic Research. 2015.
3. Sinclair R. Hair Shedding in Women: How Much is Too Much? British Journal of Dermatology. 2015.
4. Harrison S, Sinclair R. Telogen Effluvium. Clinical and Experimental Dermatology. 2002.
5. Tosti A, Duque-Estrada B. Hair Disorders in Women. Dermatologic Clinics. 2013.
6. Almohanna HM, Ahmed AA, Tsatalis JP, Tosti A. The Role of Vitamins and Minerals in Hair Loss. Dermatology and Therapy. 2019.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *