ผู้หญิงหลายคนเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเส้นผมหลังอายุ 40 ปี
จากเดิมที่เคยมีผมหนาและแข็งแรง
กลับเริ่มพบว่า
* ผมร่วงมากขึ้น
* แสกผมกว้างขึ้น
* ผมลีบแบนลง
* มัดผมหางม้าแล้วรู้สึกผมบางลง
* หนังศีรษะเริ่มมองเห็นได้ชัดขึ้น
สิ่งแรกที่หลายคนมักคิดคือ
“คงเป็นเพราะอายุมากขึ้น”
หรือ
“ฮอร์โมนเริ่มเปลี่ยน”
แต่ในความเป็นจริง
ปัญหาผมร่วงหลังอายุ 40 ปี มักไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว
และหลายครั้ง “ฮอร์โมน” อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
ทำไมผู้หญิงอายุ 40+ ถึงเริ่มผมร่วงมากขึ้น
ช่วงอายุ 40-55 ปี เป็นช่วงที่ร่างกายผู้หญิงเริ่มเข้าสู่ระยะ
Perimenopause
หรือช่วงก่อนวัยหมดประจำเดือน
ในระยะนี้ ฮอร์โมนหลายชนิดเริ่มเปลี่ยนแปลง
โดยเฉพาะ
* Estrogen
* Progesterone
ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพเส้นผม
เมื่อระดับฮอร์โมนเหล่านี้ลดลง
วงจรชีวิตของเส้นผมอาจสั้นลง
เส้นผมที่ขึ้นใหม่อาจมีขนาดเล็กลง
และความหนาแน่นของเส้นผมโดยรวมลดลงได้
Estrogen เกี่ยวข้องกับเส้นผมอย่างไร
Estrogen ไม่ได้ทำให้ผมงอกโดยตรง
แต่ช่วยสนับสนุนให้เส้นผมอยู่ในระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase) ได้นานขึ้น
ในช่วงวัยเจริญพันธุ์
ผู้หญิงจึงมักมีเส้นผมที่หนาแน่นกว่าผู้ชาย
แต่เมื่อ Estrogen เริ่มลดลง
เส้นผมจำนวนมากอาจเข้าสู่ระยะพักเร็วขึ้น
ทำให้ผมดูบางลงในระยะยาว
แต่ฮอร์โมนไม่ใช่ผู้ร้ายเพียงคนเดียว
สิ่งที่น่าสนใจคือ
งานวิจัยพบว่าผู้หญิงจำนวนมากที่มาพบแพทย์ด้วยปัญหาผมร่วงหลังอายุ 40 ปี
ไม่ได้มีเพียงเรื่องฮอร์โมน
แต่ยังพบภาวะขาดสารอาหารร่วมด้วย
โดยเฉพาะ
Ferritin ต่ำ
Ferritin คือโปรตีนที่ใช้เก็บสะสมธาตุเหล็กในร่างกาย
แม้ผลเลือด CBC จะยังปกติ
แต่ Ferritin อาจต่ำได้
และนี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยของผมร่วงในผู้หญิง
รากผมเป็นเนื้อเยื่อที่มีการแบ่งตัวสูง
จึงต้องการธาตุเหล็กอย่างต่อเนื่อง
เมื่อ Ferritin ต่ำ
ร่างกายจะลดการส่งทรัพยากรไปยังเส้นผมก่อน
ทำให้เกิดผมร่วงได้
Vitamin D ต่ำกว่าที่คิด
อีกหนึ่งภาวะที่พบได้บ่อยคือ
Vitamin D ไม่เพียงพอ
แม้อาศัยอยู่ในประเทศที่มีแดดตลอดปี
แต่คนทำงานในออฟฟิศจำนวนมากกลับมีระดับ Vitamin D ต่ำ
งานวิจัยพบว่า
Vitamin D มีบทบาทเกี่ยวข้องกับวงจรชีวิตของรูขุมขน
และอาจเกี่ยวข้องกับการเกิดผมบางในผู้หญิงบางกลุ่ม
โปรตีนไม่พอ ปัญหาที่ถูกมองข้าม
เมื่ออายุมากขึ้น
ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเริ่มกินอาหารน้อยลง
โดยเฉพาะโปรตีน
บางคนเน้นผักและผลไม้
แต่ได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ
ทั้งที่เส้นผมประกอบด้วยโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า
Keratin
หากร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ
การสร้างเส้นผมใหม่ก็อาจลดลงตามไปด้วย
ความเครียดและการนอนหลับก็มีส่วน
ในวัย 40+
หลายคนกำลังเผชิญกับ
* ความรับผิดชอบเรื่องงาน
* การดูแลครอบครัว
* ความเครียดสะสม
* ปัญหาการนอน
งานวิจัยพบว่า
ความเครียดเรื้อรังสามารถผลักเส้นผมเข้าสู่ระยะพัก (Telogen Phase) ได้
ทำให้เกิดภาวะ
Telogen Effluvium
หรือผมร่วงจากความเครียด
ซึ่งมักเกิดขึ้นประมาณ 2-3 เดือนหลังเผชิญเหตุการณ์ที่กดดันร่างกาย
แล้ว DHT เกี่ยวไหม
หลายคนคิดว่า DHT เป็นเรื่องของผู้ชายเท่านั้น
แต่จริง ๆ แล้วผู้หญิงก็มี DHT เช่นกัน
โดยเฉพาะหลังเข้าสู่วัยใกล้หมดประจำเดือน
เมื่อ Estrogen ลดลง
สัดส่วนของฮอร์โมนเพศชายอาจเด่นชัดขึ้น
ในผู้หญิงบางคนจึงเริ่มมีลักษณะผมบางแบบ Female Pattern Hair Loss ได้
อย่างไรก็ตาม
DHT มักไม่ใช่สาเหตุเดียวเหมือนในผู้ชาย
แต่เป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่เกิดร่วมกัน
ทำไมบางคนตรวจสุขภาพปกติแต่ยังผมร่วง
นี่เป็นสถานการณ์ที่พบได้บ่อยมาก
เพราะการตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไป
อาจไม่ได้ตรวจ
* Ferritin
* Vitamin D
* Zinc
* ฮอร์โมนบางชนิด
ดังนั้นแม้ผลสุขภาพโดยรวมจะดูปกติ
ก็ยังอาจมีปัจจัยที่ส่งผลต่อเส้นผมซ่อนอยู่ได้
สิ่งที่งานวิจัยบอกเรา
ในอดีต
ผู้หญิงที่ผมร่วงหลังอายุ 40 ปีมักถูกอธิบายว่าเป็นเรื่องของฮอร์โมน
แต่ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พบว่า
สุขภาพเส้นผมเป็นผลลัพธ์จากหลายปัจจัยร่วมกัน
ทั้ง
* ฮอร์โมน
* สารอาหาร
* ความเครียด
* การนอน
* สุขภาพโดยรวม
ดังนั้นการมองเพียงปัจจัยเดียวอาจทำให้พลาดสาเหตุสำคัญที่กำลังเกิดขึ้นในร่างกาย
สรุป
ผมร่วงหลังอายุ 40 ปีไม่ได้เกิดจากฮอร์โมนเพียงอย่างเดียว และไม่ได้เกิดจากการขาดสารอาหารเพียงอย่างเดียวเช่นกัน
ในผู้หญิงจำนวนมาก ปัญหานี้มักเป็นผลจากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการลดลงของ Estrogen, ระดับ Ferritin ที่ต่ำ, Vitamin D ไม่เพียงพอ, การได้รับโปรตีนไม่พอ รวมถึงความเครียดและการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ
ดังนั้นหากเริ่มสังเกตว่าผมบางลงหลังอายุ 40 ปี การดูแลสุขภาพเส้นผมอย่างมีประสิทธิภาพอาจต้องเริ่มจากการมองภาพรวมของสุขภาพทั้งร่างกาย ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแชมพูหรือวิตามินเพียงอย่างเดียว
References
1. Almohanna HM, Ahmed AA, Tsatalis JP, Tosti A. The Role of Vitamins and Minerals in Hair Loss. Dermatology and Therapy. 2019.
2. Rushton DH. Nutritional Factors and Hair Loss. Clinical and Experimental Dermatology. 2002.
3. Olsen EA. Female Pattern Hair Loss. Journal of the American Academy of Dermatology. 2001.
4. Malkud S. Telogen Effluvium: A Review. Journal of Clinical and Diagnostic Research. 2015.
5. Trüeb RM. Oxidative Stress in Ageing of Hair. International Journal of Trichology. 2009.
6. Finner AM. Nutrition and Hair: Deficiencies and Supplements. Dermatologic Clinics. 2013.

