หากคุณกำลังมองหาเซรั่มลดผมร่วงหรือผลิตภัณฑ์บำรุงรากผม
มีโอกาสสูงที่คุณจะเคยเห็นชื่อของ
Procapil®
และ
Redensyl®
อยู่บนฉลากผลิตภัณฑ์
จนหลายคนเกิดคำถามว่า
“ตัวไหนดีกว่ากัน?”
“ตัวไหนช่วยให้ผมขึ้นจริง?”
“เลือกตัวเดียวพอไหม?”
แต่ในความเป็นจริง
การเปรียบเทียบ Procapil กับ Redensyl อาจไม่ใช่คำถามที่ถูกต้องนัก
เพราะทั้งสองตัวถูกออกแบบมาให้ทำงานคนละกลไก
และมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน
ทำไมการรักษาผมร่วงยุคใหม่ถึงไม่มองแค่ DHT
ในอดีต
เวลาพูดถึงผมร่วงพันธุกรรม
นักวิทยาศาสตร์มักโฟกัสไปที่
DHT (Dihydrotestosterone)
เป็นหลัก
แต่ปัจจุบันความเข้าใจเกี่ยวกับผมร่วงพัฒนาไปมาก
นักวิจัยพบว่า
การอ่อนแอของรากผมไม่ได้เกิดจาก DHT เพียงอย่างเดียว
แต่ยังเกี่ยวข้องกับ
* การไหลเวียนเลือด
* การอักเสบระดับต่ำ
* ความเครียดออกซิเดชัน
* การเสื่อมของเซลล์รากผม
* วงจรชีวิตของเส้นผม
นี่คือเหตุผลที่สารออกฤทธิ์รุ่นใหม่เริ่มมุ่งเป้าไปยังหลายกลไกพร้อมกัน
Procapil คืออะไร
Procapil® เป็นสารประกอบที่พัฒนาโดยบริษัทฝรั่งเศส
ประกอบด้วยสารสำคัญ 3 ชนิด ได้แก่
* Biotinyl-GHK
* Apigenin
* Oleanolic Acid
แนวคิดของ Procapil คือ
การช่วยลดการอ่อนแอของรากผม
พร้อมสนับสนุนการยึดเกาะของเส้นผมกับหนังศีรษะ
Procapil ทำงานอย่างไร
1. ช่วยลดผลกระทบจาก DHT
Oleanolic Acid มีข้อมูลว่าสามารถช่วยยับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase ได้บางส่วน
ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้าง DHT
2. สนับสนุนการไหลเวียนเลือด
Apigenin ช่วยสนับสนุนการไหลเวียนเลือดบริเวณรูขุมขน
เพื่อส่งสารอาหารไปยังรากผมได้ดีขึ้น
3. เสริมความแข็งแรงของรากผม
Biotinyl-GHK เป็นเปปไทด์ที่เกี่ยวข้องกับการยึดเกาะของเส้นผม
จึงเป็นที่มาของแนวคิด
“ลดผมร่วงจากราก”
Redensyl คืออะไร
Redensyl® เป็นสารออกฤทธิ์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
เนื่องจากมีแนวคิดแตกต่างจากสารปลูกผมแบบเดิม
แทนที่จะเน้น DHT
Redensyl มุ่งเน้นที่
Hair Follicle Stem Cells
หรือเซลล์ต้นกำเนิดของรากผม
ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเส้นผมใหม่
Redensyl ทำงานอย่างไร
Redensyl ประกอบด้วยสารสำคัญหลายชนิด เช่น
* DHQG
* EGCG2
* Glycine
* Zinc
โดยแนวคิดหลักคือ
การสนับสนุนการทำงานของเซลล์ต้นกำเนิดบริเวณรากผม
และช่วยกระตุ้นวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม
จึงมักถูกเรียกว่า
“แนวทางฟื้นฟูรากผม”
มากกว่าการลด DHT
เปรียบเทียบแบบเข้าใจง่าย
ลองนึกภาพว่ารูขุมขนคือสวนต้นไม้
Procapil
ทำหน้าที่คล้าย
ปกป้องต้นไม้จากปัจจัยที่ทำให้รากอ่อนแอ
เช่น DHT และการไหลเวียนเลือดที่ไม่ดี
Redensyl
ทำหน้าที่คล้าย
กระตุ้นให้ต้นไม้แตกยอดใหม่
โดยมุ่งเน้นไปที่เซลล์ต้นกำเนิดของรากผม
ดังนั้นจึงเป็นคนละแนวคิด
ไม่ใช่คู่แข่งโดยตรง
แล้วตัวไหนดีกว่ากัน
จากข้อมูลในปัจจุบัน
ยังไม่มีงานวิจัยคุณภาพสูงที่สรุปได้ชัดเจนว่า
Procapil ดีกว่า Redensyl
หรือ
Redensyl ดีกว่า Procapil
ในทุกสถานการณ์
เพราะทั้งสองตัวถูกออกแบบมาเพื่อเป้าหมายที่ต่างกัน
หากเน้นลดผลกระทบจาก DHT
Procapil อาจตอบโจทย์มากกว่า
หากเน้นกระตุ้นการทำงานของรากผม
Redensyl อาจเป็นแนวทางที่น่าสนใจ
ทำไมหลายแบรนด์ถึงใส่ทั้งสองตัว
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นมากขึ้นในตลาด Hair Serum ระดับพรีเมียม
เพราะนักพัฒนาสูตรเริ่มมองว่า
ผมร่วงเป็นปัญหาหลายปัจจัย
ดังนั้นการใช้หลายกลไกร่วมกัน
อาจมีเหตุผลมากกว่าการพึ่งสารออกฤทธิ์เพียงตัวเดียว
จึงไม่แปลกที่เราจะพบสูตรที่มี
* Procapil
* Redensyl
* Capixyl
* Anagain
* Saw Palmetto
อยู่ในผลิตภัณฑ์เดียวกัน
สิ่งที่งานวิจัยบอกเรา
แนวโน้มของวงการดูแลเส้นผมในปัจจุบัน
เริ่มเปลี่ยนจากการมองผมร่วงเป็นเรื่องของ DHT เพียงอย่างเดียว
ไปสู่การมองภาพรวมของสุขภาพรากผม
ทั้งเรื่อง
* เซลล์ต้นกำเนิด
* การไหลเวียนเลือด
* การอักเสบ
* ความเครียดออกซิเดชัน
* วงจรชีวิตของเส้นผม
Procapil และ Redensyl จึงสะท้อนแนวคิดใหม่นี้ได้อย่างชัดเจน
สรุป
Procapil และ Redensyl เป็นสารออกฤทธิ์ยอดนิยมในกลุ่มเซรั่มดูแลเส้นผม แต่ทำงานผ่านคนละกลไก
Procapil เน้นลดปัจจัยที่ทำให้รากผมอ่อนแอ โดยเฉพาะผลกระทบจาก DHT พร้อมสนับสนุนการไหลเวียนเลือดและความแข็งแรงของรากผม
ในขณะที่ Redensyl มุ่งเน้นการสนับสนุนเซลล์ต้นกำเนิดของรากผมและกระตุ้นวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม
ดังนั้นคำถามอาจไม่ใช่ว่า “ตัวไหนดีกว่า” แต่คือ “กลไกแบบไหนเหมาะกับปัญหาผมร่วงของคุณมากกว่า”
References
1. Lachgar S, Charveron M, Gall Y, Bonafe JL. Minoxidil Upregulates the Expression of Vascular Endothelial Growth Factor in Human Hair Dermal Papilla Cells. British Journal of Dermatology. 1998.
2. Havlickova B, Biro T, Mescalchin A, Arenberger P. Towards the Better Management of Androgenetic Alopecia: Understanding Procapil Mechanisms. International Journal of Cosmetic Science.
3. International Journal of Trichology. Advances in Hair Growth Promoters and Follicular Biology.
4. Mysore V. Hair Loss: Current Concepts in Pathogenesis and Management. Indian Journal of Dermatology. 2011.
5. Almohanna HM, Ahmed AA, Tsatalis JP, Tosti A. The Role of Vitamins and Minerals in Hair Loss. Dermatology and Therapy. 2019.
6. Suchonwanit P, Thammarucha S, Leerunyakul K. Minoxidil and Its Use in Hair Disorders. Drug Design, Development and Therapy. 2019.

