หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดของคนที่เริ่มดูแลปัญหาผมร่วงคือ
“กินวิตามินผมร่วงมา 1 เดือนแล้ว ทำไมยังไม่เห็นผล?”
บางคนคาดหวังว่า
* ผมจะหยุดร่วงภายในไม่กี่สัปดาห์
* ผมใหม่จะขึ้นภายใน 1 เดือน
* เส้นผมจะหนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในเวลาอันสั้น
แต่เมื่อไม่เป็นไปตามที่หวัง
หลายคนจึงสรุปทันทีว่า
“วิตามินตัวนี้ไม่ได้ผล”
ทั้งที่ในความเป็นจริง
อาจยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลลัพธ์
เพราะเส้นผมไม่ได้เติบโตเหมือนผิวหนังหรือเล็บ
และมีวงจรชีวิตที่ใช้เวลานานกว่าที่หลายคนคิด
ก่อนตอบว่าต้องกินนานแค่ไหน ต้องเข้าใจ Hair Growth Cycle ก่อน
เส้นผมทุกเส้นบนศีรษะไม่ได้เติบโตพร้อมกัน
แต่มีวงจรชีวิตของตัวเอง
เรียกว่า
Hair Growth Cycle
ซึ่งประกอบด้วย 3 ระยะหลัก
Anagen Phase
ระยะเจริญเติบโต
เป็นช่วงที่เส้นผมงอกยาวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กินเวลาประมาณ 2-7 ปี
โดยเส้นผมบนศีรษะประมาณ 80-90% อยู่ในระยะนี้
Catagen Phase
ระยะเปลี่ยนผ่าน
กินเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์
เป็นช่วงที่รากผมหยุดการเจริญเติบโต
Telogen Phase
ระยะพักและร่วง
กินเวลาประมาณ 2-4 เดือน
หลังจากนั้นเส้นผมจะหลุดออก และเริ่มสร้างเส้นใหม่ขึ้นมาแทน
นี่คือเหตุผลที่การเปลี่ยนแปลงของเส้นผมต้องใช้เวลา
เพราะเราไม่สามารถเร่งวงจรธรรมชาติของเส้นผมให้เปลี่ยนภายในไม่กี่วันได้
ทำไมผมร่วงวันนี้ แต่สาเหตุอาจเกิดขึ้นเมื่อ 3 เดือนก่อน
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ
เส้นผมที่ร่วงออกในวันนี้
อาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน
ตัวอย่างเช่น
* ความเครียดหนัก
* การอดอาหาร
* การเจ็บป่วย
* การพักผ่อนไม่เพียงพอ
* การขาดสารอาหาร
เหตุการณ์เหล่านี้สามารถผลักเส้นผมเข้าสู่ระยะ Telogen ได้
แต่กว่าผมจะร่วงจริง
อาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 เดือน
ดังนั้นเวลาที่เริ่มกินวิตามิน
เรากำลังดูแลเส้นผมชุดใหม่ที่จะเติบโตในอนาคต
ไม่ใช่เส้นผมที่กำลังจะร่วงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
แล้ววิตามินผมร่วงทำงานอย่างไร
วิตามินผมร่วงไม่ได้ทำให้ผมงอกขึ้นทันที
แต่มีบทบาทในการสนับสนุนการทำงานของรากผม
โดยเฉพาะสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับ
* การแบ่งตัวของเซลล์
* การสร้างเคราติน
* การสร้างเส้นผม
* การปกป้องรากผมจากความเครียดออกซิเดชัน
สารอาหารที่พบได้บ่อย เช่น
* Biotin
* Zinc
* Iron
* Selenium
* Vitamin D
* Amino Acids
* Saw Palmetto
* สารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ
เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ
รากผมจึงมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการสร้างเส้นผมใหม่
โดยทั่วไปต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงเริ่มเห็นผล
จากข้อมูลของงานวิจัยด้าน Hair Supplement ส่วนใหญ่
มักประเมินผลที่
3 เดือน
เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้น
เช่น
* ผมร่วงลดลง
* ผมดูแข็งแรงขึ้น
* เส้นผมขาดหลุดร่วงน้อยลง
4-6 เดือน
เริ่มสังเกตความหนาแน่นของเส้นผมที่ดีขึ้น
และบางคนเริ่มเห็น Baby Hair
6 เดือนขึ้นไป
มักเป็นช่วงที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด
ในงานวิจัยหลายฉบับ
นี่คือเหตุผลที่การศึกษาด้านผมร่วงส่วนใหญ่ใช้ระยะเวลาติดตามอย่างน้อย 3-6 เดือน
ไม่ใช่ 2-4 สัปดาห์
แล้วทำไมบางคนรู้สึกว่าผมร่วงมากขึ้นช่วงแรก
บางครั้งเมื่อเริ่มดูแลเส้นผม
อาจมีการผลัดเส้นผมเก่าที่กำลังอยู่ในระยะ Telogen ออกมาก่อน
ทำให้หลายคนรู้สึกว่าผมยังคงร่วง
หรือดูเหมือนร่วงมากขึ้น
ในช่วงแรก
อย่างไรก็ตาม
อาการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน
และควรประเมินร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย
ปัจจัยที่ส่งผลต่อผลลัพธ์
ไม่ใช่ทุกคนจะเห็นผลเท่ากัน
เพราะผมร่วงมีหลายสาเหตุ
เช่น
ภาวะขาดสารอาหาร
มักตอบสนองต่อการเสริมสารอาหารได้ดี
ผมร่วงจากความเครียด
อาจต้องใช้เวลาให้วงจรผมกลับสู่ภาวะปกติ
ผมร่วงพันธุกรรม
มักต้องใช้หลายแนวทางร่วมกัน
เช่น
* วิตามิน
* เซรั่ม
* การดูแลหนังศีรษะ
* การจัดการ DHT
ดังนั้นผลลัพธ์จึงแตกต่างกันในแต่ละคน
งานวิจัยบอกอะไร
งานวิจัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเส้นผมจำนวนมาก
ไม่ว่าจะเป็น
* Biotin
* Marine Protein
* Amino Acids
* Zinc
* สารสกัดจากพืช
มักประเมินผลที่ 90-180 วัน
เนื่องจากนักวิจัยทราบดีว่า
วงจรชีวิตของเส้นผมต้องใช้เวลา
และไม่สามารถประเมินผลได้อย่างแม่นยำภายในไม่กี่สัปดาห์
สิ่งที่งานวิจัยบอกเรา
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ
การคาดหวังผลลัพธ์เร็วเกินไป
เส้นผมเป็นเนื้อเยื่อที่เติบโตช้า
และต้องอาศัยเวลาในการผ่านวงจรชีวิตตามธรรมชาติ
ดังนั้นการประเมินผลวิตามินผมร่วงหลังเพียง 2-4 สัปดาห์
อาจยังเร็วเกินกว่าที่จะสรุปว่าได้ผลหรือไม่ได้ผล
สรุป
วิตามินผมร่วงไม่ได้ทำให้เส้นผมงอกขึ้นทันที แต่ทำหน้าที่สนับสนุนการทำงานของรากผมและการสร้างเส้นผมใหม่
เนื่องจากเส้นผมมีวงจรชีวิตที่ใช้เวลาหลายเดือน งานวิจัยส่วนใหญ่จึงประเมินผลที่ 3-6 เดือน ไม่ใช่เพียงไม่กี่สัปดาห์
ดังนั้นหากคุณเพิ่งเริ่มดูแลปัญหาผมร่วง การให้เวลากับวงจรธรรมชาติของเส้นผมอาจเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม
References
1. Almohanna HM, Ahmed AA, Tsatalis JP, Tosti A. The Role of Vitamins and Minerals in Hair Loss. Dermatology and Therapy. 2019.
2. Finner AM. Nutrition and Hair: Deficiencies and Supplements. Dermatologic Clinics. 2013.
3. Almohanna HM, Perper M, Tosti A. Safety and Efficacy of Hair Supplements in Hair Loss Disorders. Journal of Drugs in Dermatology. 2018.
4. Patel DP, Swink SM, Castelo-Soccio L. A Review of the Use of Biotin for Hair Loss. Skin Appendage Disorders. 2017.
5. Rushton DH. Nutritional Factors and Hair Loss. Clinical and Experimental Dermatology. 2002.
6. Gupta AK, Foley KA. Evidence for the Use of Nutritional Supplements in Hair Loss Disorders. Journal of Dermatological Treatment. 2017.

