หากคุณเคยค้นหาคำว่า
“ผมร่วงกินอะไรดี”
มีโอกาสสูงที่ชื่อแรก ๆ ที่คุณจะเจอคือ
Biotin
จนหลายคนเข้าใจว่า
* ผมร่วง = ต้องกิน Biotin
* ผมบาง = ต้องเพิ่ม Biotin
* อยากผมยาวเร็ว = กิน Biotin
Biotin กลายเป็นหนึ่งในส่วนผสมยอดนิยมของวิตามินผมทั่วโลก
แต่คำถามสำคัญคือ
Biotin ช่วยลดผมร่วงได้จริงหรือไม่?
และสิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้คือ
งานวิจัยในปัจจุบันให้คำตอบที่ซับซ้อนกว่าที่โฆษณาหลายแห่งพยายามสื่อ
Biotin คืออะไร
Biotin หรือ Vitamin B7
เป็นวิตามินในกลุ่มวิตามินบีที่ละลายน้ำได้
มีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการเผาผลาญพลังงานภายในร่างกาย
รวมถึงเกี่ยวข้องกับการสร้าง
* เคราติน (Keratin)
* เส้นผม
* ผิวหนัง
* เล็บ
ด้วยเหตุนี้ Biotin จึงถูกเชื่อมโยงกับสุขภาพเส้นผมมาเป็นเวลานาน
แล้ว Biotin ขาดได้หรือไม่
คำตอบคือ
ขาดได้ แต่พบไม่บ่อย
ในคนทั่วไปที่รับประทานอาหารได้ตามปกติ
ภาวะขาด Biotin จริง ๆ ถือว่าพบได้น้อย
แต่สามารถพบได้ในบางกรณี เช่น
* ภาวะทางพันธุกรรมบางชนิด
* ผู้ที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอเป็นเวลานาน
* ผู้ที่มีปัญหาการดูดซึม
* ผู้ที่ได้รับยาบางชนิดต่อเนื่อง
เมื่อเกิดภาวะขาด Biotin
อาการที่พบได้อาจรวมถึง
* ผมร่วง
* ผื่นผิวหนัง
* เล็บเปราะ
* อ่อนเพลีย
นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Biotin ถูกเชื่อมโยงกับเรื่องผมร่วง
จุดที่หลายคนเข้าใจผิด
สิ่งสำคัญคือ
การที่ “การขาด Biotin ทำให้ผมร่วง”
ไม่ได้แปลว่า
“การกิน Biotin เพิ่มจะช่วยรักษาผมร่วงทุกชนิด”
เปรียบเหมือน
คนที่ขาดธาตุเหล็กอาจมีอาการซีด
แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่กินธาตุเหล็กเพิ่มจะมีสุขภาพดีขึ้นทันที
หลักการเดียวกันนี้ใช้กับ Biotin
งานวิจัยพูดว่าอย่างไร
ในปี 2017 มีการทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับ Biotin และเส้นผมอย่างเป็นระบบ
นักวิจัยพบว่า
กรณีที่ Biotin ให้ประโยชน์ชัดเจนต่อเส้นผม
ส่วนใหญ่เกิดในผู้ที่มี
* ภาวะขาด Biotin
* โรคทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ Biotin
* ภาวะทางการแพทย์บางอย่าง
แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้ขาด Biotin
หลักฐานว่าสามารถช่วยลดผมร่วงได้อย่างมีนัยสำคัญยังมีจำกัด
นี่คือเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า
Biotin ไม่ใช่คำตอบของผมร่วงทุกประเภท
แล้วทำไมวิตามินผมเกือบทุกแบรนด์ถึงมี Biotin
เพราะ Biotin ยังคงเป็นสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเส้นผมจริง
แต่ในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์เริ่มมองว่า
การดูแลเส้นผมควรมองแบบองค์รวมมากกว่า
เนื่องจากเส้นผมต้องการสารอาหารหลายชนิดในการเจริญเติบโต
เช่น
* Zinc
* Iron
* Selenium
* Vitamin D
* Amino Acids
* Protein
* สารต้านอนุมูลอิสระ
ดังนั้นวิตามินผมสมัยใหม่จึงมักไม่ได้มี Biotin เพียงตัวเดียว
ผมร่วงส่วนใหญ่เกิดจากอะไร
ในชีวิตจริง
ผมร่วงจำนวนมากเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น
ผมร่วงพันธุกรรม
เกี่ยวข้องกับ DHT และพันธุกรรม
ผมร่วงจากความเครียด
เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของ Hair Cycle
ภาวะขาดธาตุเหล็ก
พบได้บ่อยโดยเฉพาะในผู้หญิง
การพักผ่อนไม่เพียงพอ
ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง
เช่น หลังคลอดหรือวัยทอง
ในกรณีเหล่านี้
Biotin เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้
แล้วควรกิน Biotin เท่าไร
ปริมาณที่พบในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีความหลากหลายมาก
ตั้งแต่หลักสิบไมโครกรัมไปจนถึงหลายพันไมโครกรัม
อย่างไรก็ตาม
ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่า
การเพิ่มขนาดรับประทานสูงมาก ๆ จะทำให้ผมขึ้นมากขึ้นในคนที่ไม่ได้ขาด Biotin
เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการตรวจเลือด
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้นคือ
Biotin ในขนาดสูงอาจรบกวนผลตรวจทางห้องปฏิบัติการบางชนิด
โดยเฉพาะ
* ฮอร์โมนไทรอยด์
* Troponin
* การตรวจบางประเภทที่ใช้ระบบ Biotin-Streptavidin
ด้วยเหตุนี้ หลายองค์กรทางการแพทย์จึงแนะนำให้แจ้งแพทย์หากกำลังรับประทาน Biotin ขนาดสูง
สิ่งที่งานวิจัยบอกเรา
Biotin เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อสุขภาพเส้นผมจริง
แต่สิ่งที่งานวิจัยสอนเราคือ
ไม่ใช่ทุกคนที่ผมร่วงจะขาด Biotin
และไม่ใช่ทุกกรณีที่การเพิ่ม Biotin จะช่วยแก้ปัญหาผมร่วงได้
การหาสาเหตุของผมร่วงจึงสำคัญกว่าการเลือกสารอาหารเพียงตัวเดียว
สรุป
Biotin เป็นวิตามินที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างเคราตินและสุขภาพเส้นผม
แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันพบว่า ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดมักเกิดในผู้ที่มีภาวะขาด Biotin จริง
สำหรับคนทั่วไป ผมร่วงมักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม ความเครียด ฮอร์โมน หรือภาวะขาดสารอาหารอื่น ๆ
ดังนั้นการดูแลเส้นผมที่ดีจึงไม่ควรมองเพียงสารอาหารตัวใดตัวหนึ่ง แต่ควรมองภาพรวมของสุขภาพเส้นผมและร่างกายทั้งหมด
References
1. Patel DP, Swink SM, Castelo-Soccio L. A Review of the Use of Biotin for Hair Loss. Skin Appendage Disorders. 2017.
2. Almohanna HM, Ahmed AA, Tsatalis JP, Tosti A. The Role of Vitamins and Minerals in Hair Loss. Dermatology and Therapy. 2019.
3. Finner AM. Nutrition and Hair: Deficiencies and Supplements. Dermatologic Clinics. 2013.
4. Gupta AK, Foley KA. Evidence for the Use of Nutritional Supplements in Hair Loss Disorders. Journal of Dermatological Treatment. 2017.
5. Trüeb RM. Serum Biotin Levels and Hair Loss. International Journal of Trichology. 2016.
6. U.S. Food and Drug Administration (FDA). The FDA Warns that Biotin May Interfere with Lab Tests. 2019.

